Tag: วันวาเลนไทน์

ถามไถ่เกี่ยวกับบทความเกี่ยวกับความรักก่อนวันวาเลนไทน์

February 13, 2016 | | มีผู้เข้าชมทั้งหมด 751 views 0

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับสองบทความล่าสุด “แน่ใจได้อย่างไรว่าสิ่งนี้คือความรัก” กับ “รักจริงที่หลอกลวง

สองบทความนี้เรียบเรียงขึ้นมาเพื่อให้ “รู้เรา” , “รู้เขา” ถ้ารู้จริงแล้วล่ะก็ จะรบกับกิเลสอีกกี่ครั้งยังไงก็ชนะ แต่ถ้ารู้ไม่จริงนี่แพ้ท่าเดียว แถมแพ้แล้วยังไม่รู้ตัวว่าแพ้อีกด้วย

จริงๆแค่รู้เราอย่างเดียวก็พอแล้ว รู้ให้ชัดจริงๆเถอะ ส่วนรู้เขานี่ให้เรียนรู้ไว้บ้าง เป็นการรู้โลกมีประโยชน์เหมือนกัน

มีความเห็นส่งเข้ามาบ้าง ทำให้ผมพอจะเห็นภาพของผู้รับสารมากขึ้น ก็ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นครับ

ในปีนี้ผมตั้งใจลงดาบ ฟันกันลงไปตรงๆ ชัดๆ ชำแหละ “ความรัก” ให้เห็นกันไปเลยว่านี่กิเลสนะ มันปนอยู่ อย่าไปเลี้ยงมันไว้

อ่านทวนเองแล้วก็รู้สึกว่ามันโหดเหลือเกิน คนที่เขาอยากมีคู่มากๆ มันจะอ่านไม่ไหวนะ มันจะบีบใจมาก ยิ่งคนมี”หิริ”นี่จะรู้สึกละอายมาก

คนที่มีความเห็นไปในทิศทางที่ถูก จะยอมรับในกิเลสตน ยอมรับว่ายังมีความอยากได้อยากเสพ จะรู้สึกละอาย แม้จะยังละความอยากนั้นไม่ได้ก็ตามที

แต่คนที่เห็นผิดจะไม่ละอาย สามารถกลับผิดให้เป็นถูกได้ มองการมีกิเลสเป็นเรื่องปกติ ที่ทำได้โดยไม่ผิดบาปอะไร

สองบทความนี้คงจะเป็นการชำแหละความรักมากที่สุดแล้ว ส่วนบทความต่อไปจะเป็นการขยายสภาพที่สุดแห่งความรัก และสภาพของการคลายจากความยึดมั่นถือมั่น
ใครมีความเห็นอะไร จะสรุปความเข้าใจหรือสงสัยในสิ่งที่ผมสื่อสารก็ถามเพิ่มเติมได้ครับ

มนต์รักวาเลนไทน์

February 7, 2015 | | มีผู้เข้าชมทั้งหมด 1,054 views 0

มนต์รักวาเลนไทน์

มนต์รักวาเลนไทน์

…วันแห่งความคาดหวัง ที่ยากจะหยุดยั้งพลังของกิเลส

วันพิเศษที่ใครหลายคนเฝ้ารอคอย วันที่ถูกสมมุติว่าเป็นวันแห่งความรัก ซึ่งวันวาเลนไทน์นี้จะมีความเป็นมาอย่างไรนั้น ก็ไม่ได้สำคัญเท่ากับการให้ความหมายของคนในปัจจุบัน

วันวาเลนไทน์เป็นวันแห่งความคาดหวัง เป็นวันที่พลังกิเลสของคนมีคู่หรือคนอยากมีคู่จะพุ่งพล่านเป็นพิเศษ คนที่ให้ความสำคัญกับวันนี้ต่างก็มีความกระหายใคร่อยากจะได้ในสิ่งที่จะมาบำเรอกิเลสของตน ซึ่งในสากลของประเทศที่เราอยู่นี้ก็มักจะเป็นฝ่ายหญิงที่จะถูกสนองก่อนและสนองกันและกันหลังจากนั้นอีกที

สิ่งที่ได้รับอาจจะเป็นวัตถุสิ่งของเช่น ของขวัญชิ้นใหญ่ กระเป๋าใบงาม ดอกไม้ช่อโต ดินเนอร์สุดหรู ซึ่งเธออาจจะอยากได้เป็นเชิงสัญลักษณ์หรืออยากได้ของชิ้นนั้นจริงๆก็ได้ หรือบางคนที่ต้องการมากกว่าวัตถุก็จะเสพทางนามธรรมเช่น อยากได้ความรัก การเอาใจใส่ดูแล คำมั่นสัญญา คำหวาน คำชื่นชม การขอเป็นแฟน การขอแต่งงาน เป็นต้น

สำหรับมุมของผู้ชายนั้นไม่มีอะไรยุ่งยาก หากเป็นคู่ที่ยังคบกันไม่ลึกซึ้งก็หวังว่าจะลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม เป้าหมายที่เห็นได้โดยมากก็คือการสมสู่ สรุปแล้วที่ผู้ชายปรนเปรอกิเลสผู้หญิงก็หวังจะได้มีเซ็กส์นั่นแหละ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ชายทุกคนจะใจร้อนเสมอไป ซึ่งโดยค่ารวมๆแล้ววันวาเลนไทน์นี่ก็เหมือนวันสมสู่แห่งชาติดีๆนั่นเอง

บำเรอกิเลส

ในวันที่พลังของกิเลสพุ่งพล่าน สังคมสิ่งแวดล้อมที่เป็นไปตามโลกต่างก็เกื้อหนุนพากันกระตุ้นให้หลงระเริง แต่ที่สำคัญคือตัวเราเองนั้นหลงไปตามกิเลส เพราะปกติเราก็มีกิเลส คู่ของเราก็มีกิเลส พอทั้งตัวเองและคู่โดนกระตุ้นกิเลส จากสิ่งสมมุติที่เรียกว่า “วันแห่งความรัก” ก็เลยไปกันใหญ่

เมื่อความอยากได้อยากเสพทะลุเพดานศีลธรรม ความโสด พรหมจรรย์ หรือของสงวน ก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องเก็บไว้เสมอไป เพราะอยากเสพมากเสียจนยอมแลกทุกอย่าง ดังที่เขาว่าเป็น “วันเสียตัว

จริงๆ มันก็ไม่ได้เสียหรอก เพราะมีแต่ได้ทั้งคู่ ได้ทั้งบาป ทั้งสุขลวง เพราะได้เสพสมใจตามกิเลสทั้งคู่ แม้ว่าฝ่ายหญิงจะไม่ยินดีนัก แต่เพื่อแลกมาด้วยคำว่ารักและคำมั่นสัญญาหรือสิ่งที่เธอต้องการก็มักจะยินยอม ส่วนฝ่ายชายก็ไม่ซับซ้อนอะไร แค่เพียงเกี้ยวพาราสีให้ฝ่ายหญิงเชื่อใจ เมื่อเธอเชื่อมั่นอย่างหมดใจว่า “ชายคนนี้นี่แหละคู่ของฉัน คนนี้นี่แหละคือคนที่สนองกิเลสฉันได้ คนนี้นี่แหละที่จะรักและดูแลฉันตลอดไป” ฝ่ายชายผู้ใจเย็นก็จึงค่อยๆลงมือละเลงไปตามความอยากของตัวเองเพื่อบำเรอกิเลสของเธอทันที

ความทรงจำดีๆ

หลายคนอาจจะคิดว่าน่าจะใช้โอกาสนี้สร้างความทรงจำดีๆไว้ก่อน หาความสุขไว้ก่อน อนาคตไม่แน่นอนมีความสุขกับปัจจุบันก่อนไม่ดีกว่าหรือ?

ถ้าเราจะคิดแบบนั้นมันก็คิดได้ ทำได้ แต่มันอยู่ที่ว่าสิ่งที่ทำนั้นอยู่บนพื้นฐานของกุศลหรืออกุศล ถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เต็มไปด้วยกิเลส นั่นหมายถึงเต็มไปด้วยบาปและอกุศล ความทรงจำนั้นจะเป็นสิ่งที่ดีจริงหรือ?จะลองยกตัวอย่างให้เห็นภาพ 4 ข้อ ดังนี้

1).ถ้าเรามีความทรงจำดีๆกับคู่รัก แล้วเขาได้จากไปก่อนเวลาอันสมควร เราก็ต้องมาเสียดาย เสียใจที่คนดีๆจากไป เป็นทุกข์เพราะมีแต่ความทรงจำดีๆที่เต็มไปด้วยการบำรุงบำเรอกิเลสมาหลอกหลอนอย่างไม่จบไม่สิ้น แถมยังสร้างกำแพงอัตตาไว้ขังตัวเองกับความทรงจำดีๆเหล่านั้นอีกด้วย

ดังจะเห็นตัวอย่างได้จากภาพคนแก่ที่แม้คู่ตายจากไปแล้วก็ยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม บูชาความรัก จนสามารถผลักดันให้เดินวันละหลายกิโลเมตร ไปสีซอหน้าหลุมศพคู่ครอง นั่นเพราะมีความทรงจำดีๆจนยึดมั่นถือมั่นแล้วเสพสุขกับสิ่งเหล่านั้นไปแม้สิ่งนั้นจะสลายไปแล้วก็ตาม ติดภพอยู่แบบนั้น ติดอยู่ในความสุขที่ตัวเองสร้างขึ้นมาแบบนั้น จนไปไหนไม่ได้

2). ถ้าเรามีความทรงจำดีๆแต่วันหนึ่งเขาทิ้งเราไปมีคนใหม่ หรือเขาทำให้เราไม่สมความคาดหวังจนต้องเลิกรากัน ความทรงจำนั้นเองก็จะตามมาหลอกหลอน เหมือนแผลที่ไม่มีวันหาย คิดถึงทีไรก็ยังเจ็บ ยังทุกข์ ยังคร่ำครวญอยู่เรื่อยไป จมกับทุกข์แบบนี้มันดีหรืออย่างไร

ซ้ำร้ายความผิดหวังยังไปเพิ่มพลังของโทสะในใจ จนเกิดอาการพยาบาท ผูกโกรธ จองเวรจองกรรม ไม่อยากคุย ไม่อยากมองหน้า ไม่อยากรับรู้ ไม่อยากอยู่ร่วมโลก กลายเป็นเพิ่มกิเลสในตัวเองเข้าไปอีก สร้างกำแพงอัตตา สร้างมาตรฐานคู่ครองขึ้นมาใหม่ว่าคนต่อไปต้องดีกว่านี้ ต้องบำรุงบำเรอกิเลสฉันได้มากกว่านี้ และยังต้องมั่นคง ซื่อสัตย์ ให้คุณค่าแก่ฉันมากกว่านี้ด้วย ก็สร้างภพที่จะเสพกิเลสมากขึ้นเข้าไปอีก

3. ถ้าเรามีความทรงจำดีๆ ถึงแม้ว่าสุดท้ายมันจะจบอย่างไรก็ตาม แต่ถ้าเราไม่ได้มีทั้งรักทั้งชัง ไม่ดูดไม่ผลัก ไม่รักไม่เกลียด ล้างกิเลสเหตุแห่งความอยากมีคู่ได้สำเร็จ สุดท้ายความทรงจำดีๆก็จะกลายเป็นแค่เรื่องน่าอายที่ไม่น่าเปิดเผย เพราะมีแต่เรื่องของกิเลส พูดไปก็ไม่งาม เล่าไปก็มีแต่อกุศล กลายเป็นความทรงจำที่เปื้อนเปรอะ ไม่สวยงาม ใช้ไม่ได้ ทำได้เพียงศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับลีลาของกิเลสตัวเองได้เท่านั้นเอง

4. ถ้าเราหวังจะมีความทรงจำดีๆ แต่สุดท้ายมันไม่ดีดังใจหวัง นี่คือความจริงที่มักจะเกิดขึ้น เรามักจะไม่สมใจและผิดหวัง แม้ท่าทีตอนแรกจะตั้งต้นมาดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าในตอนจบจะได้รับสิ่งที่หวัง เราหวังว่าวันวาเลนไทน์นี้จะเป็นวันที่สร้างความทรงจำที่ดีแต่กลับมีแต่สิ่งที่ไม่สมใจหรือเลวร้ายเกิดขึ้นในวันนั้น คนที่คาดหวังก็เลยอกหักอกพังกันหมด

เช่น นัดไว้อย่างดิบดี สุดท้ายก็เลื่อนนัด , ไม่ได้นัดกันด้วยเหตุบางอย่าง แต่สุดท้ายก็รู้ข่าวว่าแฟนอยู่กับคนอื่นหรือไปกับเพื่อน , นัดเจอกันสุดท้ายก็ทะเลาะกัน ,หรือกระทั่งคิดจะสมสู่กันแต่สุดท้ายกลับไม่เป็นดังใจหวัง หรือกระทั่งเป็นเหตุให้ตั้งท้องโดยไม่ได้ตั้งใจและเหตุจากปัจจัยภายนอกอื่นๆอีกมากมาย ฯลฯ

….ดังจะเห็นได้ว่า การแสวงหาความทรงจำที่จะเสพสมใจในกิเลสตามแรงผลักดันของกิเลส ไม่มีผลดีอะไรเลย ไม่มีดีทั้งต้น กลาง ปลาย ไม่มีสาระ ไม่มีคุณค่าอะไรเลย มีแต่ความสุขลวงเพื่อให้หลงเสพไปเท่านั้น กิเลสมันลวงให้เราเล่นตามบท ให้เราหมกมุ่นกับวันวาเลนไทน์ ให้เราจริงจังกับสิ่งที่เรียกว่าความรักที่เติบโตบนความใคร่และความอยากที่หลากหลาย ให้เราทำบาป ทำชั่ว สะสมทุกข์เป็นสมบัติของเราไปชั่วกัปชั่วกัลป์ เพียงเพื่อแลกกับสุขจากเสพเพียงชั่วครู่เท่านั้น

– – – – – – – – – – – – – – –

6.2.2558

ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์ (Dinh Airawanwat)