บัณฑิตเก๊ พาลจำแลง

February 22, 2020 | | มีผู้เข้าชมทั้งหมด 64 views 0

เวลาเราหลง ไม่มีปัญญา ไม่ฉลาด เราก็จะหลงว่าการคบคนพาลนั้นดี ไม่มีภัย ดีไม่ดีไปอวยคนพาลเข้าอีก

แต่เมื่อความจริงเปิดเผย วิบากหมด หายโง่ เกิดปัญญา จึงจะเห็นความพาลในคนพาล เมื่อนั้นแหละ ให้ระวังใจให้ดี อย่าเผลอไปคบคนพาลอีกครั้งด้วยการเอาจิตไปหมกมุ่นกับเรื่องคนพาล

ในชาดกตอนหนึ่ง เป็นเรื่องของอดีตชาติหนึ่งของพระสารีบุตร ที่หลงไปคบคนพาล เป็นคนพาลที่ทำตัวเป็นผู้ทรงศีล แสร้งว่าตนวิเศษ ท่านก็หลงไปศรัทธา เคารพ สุดท้ายเผลอไปเล่าความลับที่อันตรายถึงชีวิตทั้งครอบครัวด้วยเหตุแห่งการล่อลวงของคนพาลนั้น

กลายเป็นว่าเกือบจะต้องตายทั้งโคตรเพราะเชื่อใจคนพาล เมื่อรู้ความจริงว่าเขาเป็นคนพาล เอาความลับไปขาย ก็เกิดความชิงชัง โทษคนพาล จะเอาเรื่อง จนพระพุทธเจ้าในชาตินั้นได้เตือนสติว่า ที่ท่านพลาดไปเชื่อคนพาลก็คือความผิดของท่านเอง

ก็เหมือนกับที่เราหลงไปเชื่อคนพาลนั่นแหละ ก็คือความโง่ของเราเอง จริง ๆ คนพาลมีอยู่เต็มโลกอยู่แล้ว คนพาลที่แสร้งว่าตนเป็นบัณฑิต เป็นพระอริยะต่าง ๆ นา ๆ ก็มีอยู่เต็มโลก เป็นกับดักที่มีอยู่ทั่วไป แต่เราหลงโง่ไปติดกับดักนั้นเอง แล้วจะโทษใครได้ นอกจากความโง่ ความไม่มีปัญญาของเราเอง

เพราะโทษคนพาลไป ทำร้ายคนพาลไป ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น คนพาลมีมากเท่ากับดินทั้งแผ่นดิน ปราบให้ตายก็ปราบไม่หมด พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าให้ห่างไกลคนพาล เมื่อเห็นความพาล ให้ตีห่าง ให้ถอยออกมาเลยจะปลอดภัยที่สุด

อย่าไปติดดียึดดีว่าจะสั่งสอนคนพาล อันนั้นทำไม่ได้ เพราะคนพาลเขามีธาตุเพ่งโทษ หลงตัวหลงตน เสแสร้งแกล้งทำ จิตเขาเองก็วกวนวิกลจริตในตัวอยู่แล้ว จะให้เอาธรรมะไปใส่ก็เหมือนเอา อาหารดี ๆ ไปใส่ในกองขี้ มันก็เสียของ เขาจะเลิกเป็นคนพาล เขาต้องทำด้วยตัวเอง

ยิ่งเราไปพลาดท่าเสียทีให้เขา เคยไปเชื่อฟังรับใช้เขามาก่อนนี่หมดสิทธิ์เลย มันจะมีวิบากร้ายกั้น วิบากจากความโง่ของเรานั่นแหละ คนพาลจะไม่มองเหมือนเรา เขาจะกระหยิ่มยิ้มย่องเวลาคนมาหลงศรัทธาเขา แล้วเขาก็จะยึด และยกตนข่มผู้อื่นไว้เสมอ

บางทีแค่เราไปคุยด้วย ไปติดต่อประสานงานด้วย แต่ก็ไม่ใช่ด้วยเหตุแห่งความศรัทธา เขายังหลงตัวหลงตน ว่าตนสำคัญ ตนพิเศษได้เลย เขาจะหลงให้ความสำคัญตัวเองแบบเกิน ๆ เหมือนดังเนื้อหาในชาดกตอนหนึ่ง ความประมาณว่า คนพาลแม้ได้เศษโลกธรรมแม้เล็กน้อย ก็ลำพอง ผยอง อวดดีในเศษโลกธรรมนั้น ๆ

ดังนั้นจึงไม่มีงานใด ๆ ที่ควรสัมพันธ์กับคนพาลเท่ากับงานห่างไกลคนพาล กิจกรรมห่างไกลคนพาลถือเป็นกิจกรรมที่พาเจริญ เป็นมงคล การพากันห่างไกลคนพาล ไม่คบคนพาล จะเป็นพลังกุศลที่มาก เป็นพลังที่หยุดบาป หยุดอกุศลได้ เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางแห่งความผาสุกของชีวิต

Related Posts

  • น้ำหนักของความรู้สึกในการห่างไกลคนพาล จากชิคุจฉสูตร จะมีตอนหนึ่งที่พระพุทธเจ้าเปรียบโทษของการเข้าไปคบหา เข้าไปชิดใกล้คนพาล มีความเน่าในตน ผิดศีล ฯลฯ ว่าเหมือนกับการเข้าไปใกล้งูที่อยู่ในบ่อขี้ แม้ไม่กัดแต่ถ้าไปใกล้ก็จะทำให้เหม็นได้ คนทั่วไปถ้าไม่ได้ศึกษาและปฏิบิติธรรม […]
  • คนพาลที่ฝังตัวอยู่ในหมู่คนดี เรื่องนี้ก็เคยมีมาก่อน สมัยพุทธกาล คนพาลระดับตำนาน คือพระเทวทัตผู้มักใหญ่ใฝ่สูง แข่งกับพระพุทธเจ้ามาตลอด ปองร้ายพระพุทธเจ้ามาตลอด ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่เข้ามาบวชในพุทธศาสนา ก็ใช่ว่าทุกคนจะรู้จักความเป็นพาลของพระเทวทัต พระเทวทัตนั้นฉลาด […]
  • ห่างไกลคนพาล คือตัวอย่างของคนดี ความเด็ดขาดที่จะตัดสิ่งไม่ดีออกจากชีวิตคือคุณสมบัติหนึ่งที่จะช่วยให้ชีวิตเป็นอยู่ผาสุก ความห่วงกังวลก็เหมือนแผลเหมือนฝี ต้องคอยระวัง เจ็บปวดอยู่เป็นประจำ ชีวิตที่เนื่องด้วยคนพาลก็เช่นเดียวกัน คนพาลคือผู้ที่ไม่ประพฤติไปตามธรรม […]
  • ทำไมจึงต้องวางตนให้พ้นและห่างไกลจากคนพาล? พระพุทธเจ้าตรัสสอนเกี่ยวกับมงคลชีวิตไว้หลายประการ ประการแรกคือ ให้ห่างไกลคนพาล เป็นปัญญาแรกของการเข้าสู่ความเป็นมงคล คือต้องรู้ว่านั่นคือคนพาล นั่นคือความพาล นั่นเป็นโทษ นั่นเป็นสิ่งที่ต้องอยู่ให้ห่าง […]
  • คนพาลที่ไม่รู้จักคนพาล ยิ่งได้ศึกษาจากพระไตรปิฎก ก็จะยิ่งได้เห็นว่าพระพุทธเจ้าท่านได้แจกแจงความเป็นคนพาล ในระดับต่าง ๆ ไว้ เช่นระดับที่น่าเกลียด ไม่ควรคบ ไม่ควรเข้าใกล้ หรือแย่น้อยลงมาคือควรวางเฉย คือไม่ควรไปยุ่งนั่นแหละ ก็ไม่ควรคบ […]

ฝากความคิดเห็น : Leave a Reply