Tag: ผัก

ผู้เลี้ยงง่ายไม่กินเนื้อสัตว์

January 18, 2015 | | มีผู้เข้าชมทั้งหมด 1,701 views 0

ผู้เลี้ยงง่ายไม่กินเนื้อสัตว์

ผู้เลี้ยงง่ายไม่กินเนื้อสัตว์

…ความเป็นผู้เลี้ยงง่ายบำรุงง่าย ไม่ได้หมายความว่าต้องมักง่าย

การเป็นผู้เลี้ยงง่ายบำรุงง่ายนั้นเป็นการทำตัวให้เป็นที่น่ายกย่องสรรเสริญดังที่อ้างอิงในบทของวรรณะ ๙ ซึ่งในธรรมข้อนี้เอง มีหลายคนเอามาตีความว่าการเลี้ยงง่ายบำรุงง่ายหมายความว่าไม่เรื่องมาก เขาให้อะไรก็กิน…จนกระทั่งกลายเป็นมักง่ายในที่สุด

การที่ยังกินเนื้อสัตว์อยู่นั้นไม่ถือว่าเป็นผู้เลี้ยงง่ายบำรุงง่าย หากว่าเรามองง่ายๆเพียงแค่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีขยายอยู่ในตลาดอยู่แล้ว ถ้ามองเพียงแค่นั้นก็เป็นการมองที่ตื้นเขินไปมากทีเดียว

การจะได้เนื้อสัตว์มานั้นต้องเลี้ยงพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ เพาะพันธุ์ให้มันออกลูกออกหลานมาแล้วต้องใช้ทุนใช้เวลาอย่างมากในการทำให้มันโตจนมีน้ำหนักที่ขายได้ และกว่าจะได้ขายก็ไม่ได้หมายความว่ามันโตแล้วจะกลายเป็นเบคอน เป็นชิ้นเนื้อได้เอง มันจะต้องถูกผูก ถูกจูงลากมา ถูกบังคับขืนใจ โดนเขาทำร้าย โดนเขาฆ่า เหล่านี้เป็นองค์ของการฆ่าทั้งนั้น ผิดศีลข้อ ๑ ในกระบวนการฆ่าตั้งแต่แรก จะฆ่ามันก็ไม่ง่ายนะเวลาสัตว์มันกลัวมันก็วิ่งหนี ลำบากทั้งสัตว์ทั้งคนฆ่านั่นแหละ ฆ่าเสร็จไหนจะต้องชำแหละอีก ก็มีขั้นตอนกันมากมายกว่ามันจะเติบโตจนมาถึงปากเรา แบบนี้มันง่ายไหม?

เรามาลองดูผักกันบ้าง ผักนี่ก็หยอดเมล็ด ฝังดินกลบแล้วก็รดน้ำ รอเวลาเติบโตตามชนิดของมัน บางชนิดครึ่งเดือนก็ได้กินแล้ว เวลาเด็ดผักนี่ก็สะดวก เดินเข้าไปเด็ดได้เลย มันไม่วิ่งหนีนะ ยิ่งเด็ดก็ยิ่งงอกมาให้เรากิน ทุนที่ใช้ก็มีแค่ค่าน้ำ ค่าปุ๋ย ดีไม่ดีทำเองหรือหามาเองจะไม่เสียอะไรเลยด้วยซ้ำ เพราะดิน อากาศ และแสงแดดเป็นของฟรี แบบนี้มันง่ายกว่าไหม?

ความยากลำบากในการหาเนื้อสัตว์กับผักมันคนละเรื่องอยู่แล้ว ถ้าอยากรู้ก็ทดลองเองก็ได้ ลองเลี้ยงสัตว์ไปพร้อมกับปลูกผักไปด้วยก็ได้ ลองสังเกตดูว่าอันไหนมันง่ายกว่า ผักนี่เราปลูกเองได้ไม่ยาก แต่เลี้ยงสัตว์นี่มันยาก เลี้ยงมาเอง ฆ่ากินเอง พึ่งตัวเองแบบนี้มันไม่ง่ายนะ ตลาดทั่วไปก็มีผักขายเสมอ ประเทศเราไม่เคยขาดแคลนผัก ดังนั้นที่เราคิดว่ากินเนื้อสัตว์คือการเลี้ยงง่ายบำรุงนี่มันมองอย่างมักง่าย มองแบบผิวเผิน ไม่มีปัญญา

เหตุที่ไม่มีปัญญาเพราะมันถูกบังไว้ด้วยกิเลสนั่นแหละ กิเลสมักจะมีเหตุผลมากมายที่ทำให้กินเนื้อสัตว์ได้อย่างสบายใจ ลองเอาเมนูผักกับเนื้อไปวางก็ได้ ให้เลือกกันเอง ลองดูซิว่ามีครบขนาดนี้จะเลือกกินอะไรก่อน การเลือกกินนี่จะบอกว่าไม่คิดไม่ได้นะ ไม่คิดนี่เป็นก้อนหินเลย คนเราจะขยับได้เพราะมีใจเป็นประธาน ใจมันนำพาให้ช้อนไปตักเนื้อเข้าปาก แบบนี้มันตามกิเลสแล้วเฉโก มันฉลาดในเรื่องสะสมกิเลส จะหาวิธีหาทางสนองกิเลสให้ได้แบบนั้นเอง

เว้นแต่จะดูใจตัวเองไม่เป็น ไม่มีญาณรู้สภาพจิตตัวเอง ก็กินเนื้อกินผักไปแบบไม่รู้จักความอยาก มีความอยากก็ไม่รู้ว่ามีความอยาก แล้วก็มักจะตีกินด้วยคำว่าเป็นผู้เลี้ยงง่ายบำรุงง่าย นี่เองคือพลังของกิเลสที่สามารถสร้างเหตุผลได้มากมาย แม้นมีข้อธรรมที่ยากปฏิเสธแสดงอยู่ ก็กลับไม่ยินดีฟังธรรมนั้น จะมัวเมาและยินดีในธรรมที่ทำให้ตัวเองได้กินเนื้อสัตว์ ได้หลงมัวเมาอยู่กับกามในการกินเนื้อสัตว์ ยินดีในการเสพกิเลสต่อไป

ผู้มีปัญญาย่อมเข้าถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ละเว้นจากสิ่งที่เป็นโทษ ด้วยใจที่เป็นสุข เนื้อสัตว์ที่เขาฆ่ามานั้นประกอบด้วยองค์แห่งบาป ซึ่งผลกรรมนั้นย่อมสนองต่อผู้สนับสนุนทั้งกระบวน เราเป็นผู้บริโภคก็อย่าคิดว่าจะรอด จะไปคิดง่ายๆว่าเราไม่ใช่คนฆ่าแล้วกินได้แบบนี้มันเฉโก มันฉลาดเพื่อที่จะให้ได้กินเนื้อ ฉลาดในการลงนรก ฉลาดในการทำบาป

พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า “การเบียดเบียนทำให้มีโรคมากและอายุสั้น” เมื่อเรานับถือ ศรัทธาและปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ก็ควรจะมีปัญญารู้ว่าสิ่งใดจะเกิดโทษกับตน สิ่งใดจะเป็นประโยชน์กับตน เมื่อการกินเนื้อที่เขาฆ่ามานั้นเป็นส่วนหนึ่งของการเบียดเบียนทำให้ตนเองมีโรคมากและอายุสั้น แล้วมันจะเป็นประโยชน์อะไร เป็นคนมีโรคมากนี่มันเลี้ยงง่ายบำรุงง่ายไหม เป็นภาระของคนอื่นเสียอีก

ยิ่งถ้าผู้ศรัทธาในพระพุทธเจ้ายังไม่เชื่อเรื่องกรรมนี่ยิ่งแล้วใหญ่เลย ไปไกลเลย เพราะไม่เชื่อเรื่องกรรมมันฟังธรรมไม่รู้เรื่อง เพราะธรรมหลายบทหลายตอนที่ท่านสอนก็เกี่ยวกับกรรมทั้งนั้น การที่ท่านรู้ว่าการเบียดเบียนทำภัยมาให้นั้นเพราะท่านเห็นกรรมที่ทำมาหลายชาติจนแน่ใจแล้วว่า การเบียดเบียนนี่แหละคือเหตุที่ทำให้คนเรามีโรคมากและอายุสั้นอย่างแน่นอน เป็นเหตุเป็นผลที่ไม่มีทางผิดเพี้ยนไปได้ เพราะเป็นข้อมูลที่ท่านเก็บสะสมมาตลอดเส้นทางการบำเพ็ญเพียรของท่าน

ดังนั้นเหล่าสาวกผู้ศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้า ควรจะเป็นผู้มีปัญญาแยกโทษแยกประโยชน์ได้ เป็นผู้เลี้ยงง่ายบำรุงง่ายด้วยสิ่งของที่หาได้ง่ายและไม่มีโทษ ไม่เป็นผู้มักง่ายจนหลงมัวเมาอยู่กับการเสพกามในการกินเนื้อสัตว์

– – – – – – – – – – – – – – –

7.1.2558

ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์ (Dinh Airawanwat)

คนบ้ากินมังฯ

November 30, 2014 | | มีผู้เข้าชมทั้งหมด 1,569 views 0

คนบ้ากินมังฯ

คนบ้ากินมังฯ

…มีเนื้อสัตว์ให้กินดีๆไม่ยอมกินดันไปกินแต่ผัก

(**คำเตือน !! กรุณาทำใจก่อนอ่าน ,อ่านไปอย่าคิดอะไรมาก จบแล้วค่อยคิด ค่อยตัดสินใจก็ได้นะ)

เกิดมาเป็นคนตั้งแต่จำความได้ก็มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตแล้ว พ่อแม่สรรหาอาหารที่เพียบพร้อมไปด้วยอาหาร 5 หมู่ เนื้อสัตว์ นม ไข่ ผัก แป้ง อะไรต่อมิอะไรก็มีครบกันหมด แต่โตมาดันมาเลิกกินเนื้อ …นี่มันบ้ารึเปล่า!!

คนที่กินมังสวิรัติโดยส่วนมากนั้นต่างก็เคยเป็นคนที่กินเนื้อสัตว์มาก่อน เสพติดเนื้อสัตว์มาก่อน หลงใหลในรสของเนื้อสัตว์มาก่อน และเติบโตมาด้วยเนื้อสัตว์มาก่อน แต่พอถึงเวลาอันสมควรแก่เหตุ เขาจึงได้พบลัทธิที่เผยแพร่การลดเนื้อกินผัก ไม่ว่าจะมังสวิรัติหรือกินเจ

ด้วยสติปัญญาเท่าที่เขามี พวกเขาจึงไปเชื่อลัทธิเหล่านั้น ที่บอกกับพวกเขาว่าการกินเนื้อสัตว์นั้นสร้างบาปเวรภัยให้ชีวิตอย่างไร เบียดเบียนชีวิตสัตว์อื่นอย่างไร ทำให้เกิดโรคและความเจ็บป่วยอย่างไร สร้างอกุศลกรรมให้กับตัวเองอย่างไร และยังบอกอีกนะว่า ไม่กินเนื้อสัตว์แล้วก็ยังสามารถใช้ชีวิตได้ปกตินะ แม้ไม่กินเนื้อสัตว์แต่ก็ยังสุขภาพดีนะ แม้ไม่ได้กินโปรตีนจากเนื้อสัตว์ก็ยังมีโปรตีนอื่นนะ มีคนมีชื่อเสียงหลายคนในโลกลดเนื้อกินผักหรือเป็นมังสวิรัติด้วยนะ

เมื่อฟังคำเชื้อเชิญที่น่าหลงใหลเหล่านี้ ฟังแล้วดูมีข้อดีมากมายไม่เห็นมีข้อเสียเลย ประกอบกับระดับสติปัญญาที่พวกเขามีทำให้พวกเขานั้นพยายามที่จะลด ละ เลิกเนื้อสัตว์ให้ได้ เพราะเห็นผลดังที่ลัทธิเหล่านั้นกล่าวอ้างมา

หลังจากพยายามใช้ความเพียร สติ ปัญญาเท่าที่มีปฏิบัติจนเกิดความรู้สึกดังที่ลัทธิเหล่านั้นกล่าวอ้าง ผู้คนต่างมองพวกเขาเป็นเหมือนกับคนที่โดนสะกดจิต เหมือนกับไม่เป็นตัวของตัวเองอย่างที่เคยเป็น พวกเขาบอกว่าไม่ได้อยากกินเนื้ออีกต่อไป และความรู้สึกของพวกเขาก็เป็นเช่นนั้นจริง เป็นของจริง พวกเขารู้สึกเช่นนั้นจากข้างในจริงๆ ยินดีที่จะไม่กินเนื้อสัตว์จริงๆ ให้ฟรีก็ไม่กิน ให้ฟรีแถมเงินก็ยังไม่กิน นี่มันบ้าชัดๆ!!

กว่าจะเกิดเป็นคนนี่มันยากเกิดมาทั้งทีต้องใช้ชีวิตให้คุ้ม คนทั่วไปจึงกินเนื้อสัตว์เป็นปกติไม่คิดจะมาลำบากลดเนื้อกินผักอย่างชาวมังฯ แต่คนที่มาลดเนื้อกินผักนี่มันเหมือนคนบ้า มีเนื้อให้กินดีๆไม่กิน ทั้งหาง่าย และมีขายทั่วไปก็ไม่ยอมกิน ดันจะไปกินแต่ผัก ชาวบ้านเขากินเนื้อกัน ส่งเสริมเนื้อสัตว์กันครึกโครม ร้านอาหารก็มีเมนูเนื้อสัตว์มากมายให้ลิ้มลอง กินไม่อั้นจ่ายนิดเดียวทำไมต้องไปกินผัก พวกนี้มันพวกคนบ้าไม่คิดเหมือนคนปกติทั่วไป ไม่คิดไปตามกระแสโลกเขา คนในโลกเขานิยมกินเนื้อก็ไม่กินตาม เป็นคนชอบขวางโลก ชอบทวนกระแสโลก เป็นแค่คนส่วนน้อยไม่ใช่คนส่วนใหญ่

แถมยังชอบมาเผยแพร่ลัทธิกับแนวคิดที่ไม่เหมือนกับคนอื่นคิดกัน รวมกลุ่มกันขึ้นมาอีก นี่มันจะบ้าไปกันไปใหญ่แล้ว คนส่วนใหญ่เขาไม่เอาด้วยหรอกเขาอยากกินเนื้อ เขาเชื่อว่าเนื้อให้ประโยชน์ ให้กำลัง และไม่ผิดที่จะกินเนื้อ พวกกินมังฯก็ยังจะหาข้อมูลมาบอกเขาอีกว่ามันผิด

ถ้าจะให้แบ่งก็คงจะบ้าเป็นสองประเภทคือ 1).บ้าในโลกส่วนตัว ลดเนื้อกินผัก กินมังสวิรัติ กินเจอยู่คนเดียว ไม่ข้องเกี่ยวใคร ใครมาถามก็ตอบไป ใครสนใจก็แนะนำไป ใครมาคุยก็คุย ใครมากินเนื้อข้างๆก็ได้ จะกินร่วมกับเขาก็ได้แต่ไม่ตักเนื้อสัตว์เข้าปาก นี่มันพวกมังสวิรัติโลกส่วนตัว

2). บ้าระรานชาวบ้าน อันนี้เรียกว่าฟุ้งซ่าน คลั่งลัทธิมากไปจนออกไปโจมตีคนที่กินเนื้อบ้าง คนที่กินมังสวิรัติแต่กินไม่เต็มที่บ้าง หรือชอบไปทะเลาะกับคนที่กินเนื้อบ้าง อันนี้คือคนบ้าที่ยังไม่ได้บำบัด ถ้าบำบัดแล้วจะกลายเป็นพวกบ้าในโลกส่วนตัว

เห็นไหมว่าคนปกติทั่วไปไม่มีใครเขาไปลำบากลดเนื้อกินผัก กินมังสวิรัติ กินเจ กินอะไรให้มันลำบากชีวิตจิตใจหรอก เขาก็กินตามกิเลสกันไปสิมีความสุขจะตาย จะไปฝืนกิเลสไปทวนกระแสโลก จะไปว่ายทวนน้ำให้มันลำบากไปทำไม ก็กินเนื้อสัตว์ไปแล้วก็บอกว่ากินเพื่อเลี้ยงร่างกายไปสิ แค่นี้ก็ดูดีจะตายไม่ต้องโง่ลำบากกินแต่ผัก ดูสิพวกกินมังฯทั้งบ้าทั้งโง่ มีเนื้อให้กินไม่กิน กินแต่ผัก เจริญล่ะคนเรา

– – – – – – – – – – – – – – –

***ชี้แจงกันหน่อย~ สำหรับบทความ “คนบ้ากินมังฯ”

ขออภัยจริงๆสำหรับเพื่อนๆชาวมังฯ แหม่..พอดีอยู่ๆผมก็คึกจะอยากจะลองเปลี่ยนแนวการเขียนสักนิด..เลยทำให้เข้า ใจยาก หรือทำให้เข้าใจผิดกันไปได้

เกริ่นกันก่อน…พอดีว่าเมื่อวานไปกินข้าวกับเพื่อนมา เป็นสุกี้บุฟเฟ่ต์นะ แต่เราก็สั่งแต่ผักกับเห็ดมาพูนจาน เพื่อนก็ทำหน้าแบบว่า “บ้ารึเปล่า” เราก็เก็บมาคิดขำๆ เอ้อ เรานี่บ้าแท้ แต่ก่อนกินเนื้อดีๆไม่ชอบ มาเปลี่ยนกินมังฯ ใครเขาจะมาทำกัน มีแต่คนบ้าอย่างเรานี่แหละที่ทำ ก็เลยเป็น key ของบทความนี้ครับ

ผมเองผิดพลาดตรงที่ไม่ได้ใส่ประธานลงไป คือถ้าใส่ไปว่า “ผมคือคนบ้ากินมังฯ” หลายคนก็คงจะไม่ติดใจอะไร พอไม่ได้ใส่ก็เหมือนไปด่ากราด ทีนี้คนที่มีอัตตาแรงๆ ยึดมั่นถือมั่นมากๆก็จะโกรธแรงเหมือนโดนด่า อันนี้ผมไม่ได้ตั้งใจนะ แค่คิดไม่ถึง เพราะโดยส่วนตัวผมไม่ถือ ใครจะว่าบ้าก็ได้ ใครจะว่าโง่ก็ได้ เพราะเรารู้ว่าเรากำลังทำสิ่งที่ดี จะบ้าจะโง่ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย มันก็แค่สายตาของคนอื่นมอง

บทความนี้ผมพิมพ์ด้วยมุมของคนนอกที่มองเข้ามาที่คนกินมังฯ ซึ่งใช้ประสบการณ์ที่เก็บสะสมมา อาจจะไปคล้ายหรือโดนใจใครบ้าง

แต่ถึงอย่างไรก็ขออภัยอีกครั้งสำหรับความขุ่นข้องหมองใจที่ได้เกิดขึ้นกับ ทุกท่าน ส่วนคำติชมที่ท่านให้มานั้นผมยินดีรับไว้ ไม่จำเป็นต้องลบหรือแก้ไขอะไรเพราะมันเกิดจากความผิดพลาดในการสื่อสารของผม เอง

– – – – – – – – – – – – – – –

30.11.2557

ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์