ประพฤติตนเป็นโสด ทั้งรูป ทั้งนาม

May 19, 2020 | | มีผู้เข้าชมทั้งหมด 14 views 0

บทความก่อนมีคำว่าโสดทั้งรูปทั้งนาม ก็นึกถึงตัวเองสมัยศึกษาธรรมใหม่ ๆ บางทีก็งงศัพท์ ว่าไอ้คำที่ว่า มันหมายความว่ายังไง มันเป็นยังไง ก็เลยเอามาลองพิมพ์ให้อ่านกัน

โสดทั้งรูป

คืออยู่เป็นโสดนั่นแหละ ตั้งตนอยู่เป็นโสดให้ได้ ให้นิ่งเลยเลย ไม่แสดงท่าทีหวั่นไหว ไม่ไหวติง มีสาวมาอ่อย มีหนุ่มมาเกี้ยวก็ไม่ออกอาการหวั่นไหว อันนี้คือทำรูปให้เป็นโสดได้

ไม่ใช่ว่าเป็นโสดแล้วแส่หานะ ไปแจกขนมจีบเขาไปทั่วอันนี้ไม่ใช่ มันต้องนิ่งพอจะทน ถ้ามีหนุ่มสาวเขามาทักทาย มาหยอกล้อ ก็ไปเล่นกับเขา ไปยุ่งกับเขาแบบล้น ๆ เกิน ๆ คือมีอาการดีใจ เหมือนหมากระดิกหางเวลาเห็นคนให้อาหาร อันนี้ไม่ดี อาการเหล่านี้ต้องเก็บให้อยู่ ให้รูปสวยไว้ก่อน ถ้ายั่วขึ้นรูปไม่สวย ถ้ายั่วแล้วยังไม่ออกอาการเรียกว่ารูปสวย

ส่วนคนมีคู่นี่รูปเขาไม่สวยอยู่แล้ว เป็นวิบากกรรมของเขาที่ต้องแบก บางคนมีคู่มาก่อนเจอธรรมะ มันก็ช่วยไม่ได้ มันก็ต้องยอมรูปไม่สวย แต่สามารถทำนามให้สวยได้

โสดทั้งนาม

นาม คือ นามธรรม คือใจนั่นแหละ เอาใจให้เป็นโสดให้ได้ แม้โสดโดยรูปธรรมเราจะเก๊ก ๆ อยู่บ้าง แม้ไม่ออกอาการแต่ใจยังหวั่นไหว ก็ยังดี แต่จะดีกว่าถ้าใจไม่หวั่นไหว

การที่ใจไม่หวั่นไหว ในการไปชอบคนนู้น ไปรักคนนั้น มันก็ต้องล้างกิเลส อันคือความอยากในการมีคู่เสียให้หมด ถ้าล้างหมดมันจะไม่มีอาการอยากแล่บออกมา

ซึ่งอาการอยากนี่แหละที่ทำให้รูปไม่สวย ถึงแม้จะกดไว้ อดทนไว้ แต่กิเลสมันเต็มอก วันหนึ่งมันก็จะล้นทะลักออกมาเป็นอาการล้น ๆ เกิน ๆ ในการปฏฺิบัติต่อบุคคลที่ชอบอยู่ดี

การเป็นโสดโดยนามนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องฝึกฝนและศึกษากับผู้รู้จริง เพราะถึงขั้นล้างกิเลส มันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมาทำเก๊กกันได้ มันต้องรู้ ต้องเข้าใจ ต้องขุดรากของความหลงออกมา ให้หมดแบบถอนรากของโคน มันถึงจะเป็นโสดได้อย่างผาสุก

โสดโดยนามธรรมนี่ ก็สามารถปฏิบัติได้ทั้งคนโสดและคนมีคู่ ก็ล้างกิเลสหมวดเดียวกันนั่นแหละ คือความอยากมีคู่ ความยินดีในการมีคู่ การเห็นความสำคัญในการมีคู่ การให้คุณค่าในการมีคู่จนสร้างตัวตน หรืออัตตาขึ้นมาว่าสิ่งนี้ดี สิ่งนี้จริง สิ่งนี้สุข สื่งนี้เท่านั้นคือเป้าหมาย เราก็ต้องทำลายตัวนี้

ถ้าโสดโดยนามได้จริง คู่จะไม่มีความสำคัญอีกต่อไป จิตมันจะไม่ให้ความสำคัญมั่นหมายว่าเป็นคุณค่า เป็นสิ่งดี แต่จะเป็นเพียงสมมุติโลก เป็นคนคนหนึ่ง ไม่พิเศษ คนโสดก็คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะโสดอยู่แล้วก็เบาสบายต่อไป ส่วนคนคู่ก็เลือกปฏิบัติเอาเท่าที่เป็นกุศล เพราะถ้าบาปไม่มีแล้ว ที่เหลือก็แต่ประมาณกุศลเท่านั้นว่า กุศลอันไหนดีกว่า

คือจะเลิกหรือไม่เลิกตอนไหนก็ได้ มีอิสระในการตัดสินใจ ให้เลิกเดี๋ยวนั้นก็เลิกได้เลย โดยเฉพาะอีกฝ่ายเปิดทางนี่จะไม่ขัดเลย จะยินดี ยอมเป็นหม้าย ยอมให้เขาทิ้ง ยอมให้มีคนอื่นมาพรากไปอย่างสบายใจ แม้จะยังอยู่ในสถานะคู่ ก็จะคิดอยู่นั่นแหละว่าจะทำยังไงหนอ ถึงจะพ้นสถานะนี้ได้อย่างไม่เป็นภัยต่อตนเองและผู้อื่นมาก จิตจะมีอิทธิบาทในการทบทวนเพิ่มปัญญาในการออกจากสถานะคู่ไปเรื่อย ๆ ไม่แช่อยู่ ไม่หยุดหรือจมอยู่ แต่จะพยายามออกเพราะรู้ว่าเป็นสถานะที่เป็นอกูศล เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี พอวิบากร้ายที่เคยทำมาหมด ปัญญาถึงรอบ ก็จะมีวิธีการพูด มีกุศโลบายที่จะอธิบายเขาให้เข้าใจ หรือ มีคนมาเจาะช่องให้ออกได้เอง ถึงตอนนั้นก็วิ่งออกอย่างเริงร่าเหมือนคนวิ่งเข้าเส้นชัยได้คนแรกได้เลย

สุดท้ายก็จะกลายเป็นคนโสดอย่างผาสุกทั้งรูปทั้งนามได้ในที่สุด

Related Posts

  • วิธีรับมือคนมาจีบแบบบัณฑิต พระพุทธเจ้าตรัสว่า บัณฑิตคือผู้ที่ประพฤติตนเป็นโสด แล้วจะทำอย่างไร? เมื่อเราตั้งใจอยู่เป็นโสด แล้วมีคนมาจีบ คนที่เขามาจีบเราในตอนที่เราปฏิบัติธรรมอยู่ ก็ไม่ต้องไปชังเขานะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องไปชอบเขากลับ […]
  • ความตายมิอาจพราก…กิเลสและกรรมไปจากเราได้ ความตายมิอาจพราก...กิเลสและกรรมไปจากเราได้ การที่ชีวิตหนึ่งต้องพบกับการจากพรากจนถึงความตายนั้น ไม่ได้หมายถึงการสิ้นสุดของวิญญาณดวงนั้น ความตายเป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงสภาพของร่างกายอันคือภพหนึ่งไปสู่อีกภพหนึ่ง […]
  • มังสวิรัติ รูปธรรม นามธรรม มังสวิรัติ รูปธรรม นามธรรม รูปธรรมนั้นเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ง่าย เป็นภาพที่เห็นได้ เป็นอาการที่เห็นได้ เป็นความรู้สึกนึกคิดที่รับรู้ได้ การปฏิบัติใดๆที่ทำให้เกิดผลทางรูปธรรมนั้นทำได้ไม่ยากนัก […]
  • 30+ โสดก็ทุกข์ ไม่โสดก็ทุกข์( โลกธรรม ) 30+ โสดก็ทุกข์ ไม่โสดก็ทุกข์( โลกธรรม ) เมื่ออายุล่วงเลยเข้าไปถึงสามทศวรรษ สิ่งต่างๆก็เปลี่ยนแปลงไป ทั้งร่างกาย ความคิด […]
  • ประพฤติตนเป็นโสด คือความเป็นกลาง ได้ไปเห็นความเห็นที่คนเขามองว่าการปฏิบัติตนเป็นโสด มันจะออกไปทางโต่ง ๆ ตามความเห็นของเขา อ่านแล้วก็เห็นใจเขา เพราะจริง ๆ ประพฤติตนเป็นโสดนั้น คือความเป็นกลาง เป็นทางพ้นทุกข์อย่างหาทางอื่นไม่ได้เลย พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า […]

ฝากความคิดเห็น : Leave a Reply