Tag: แพทย์วิถีธรรม

แนะนำข้อมูลสำหรับคนที่ยังลังเลว่าจะอยู่เป็นโสด หรือไปมีคู่

December 15, 2019 | | มีผู้เข้าชมทั้งหมด 120 views 0

ผมเชื่อว่า จะมีคนแสวงหาข้อมูลเหล่านี้เสมอ แน่นอนว่าหลายคนก็คงจะชัดเจนในความต้องการของตัวเอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะไปในทางอยากจะไปมีคู่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะศึกษาทุกข์ โทษ ภัย ผลเสียของการไม่คู่ไม่ได้ ถ้ายิ่งคนที่อยากจะมีคู่แล้วเป็นทุกข์น้อย ลำบากกายใจน้อย ยิ่งต้องศึกษาที่จะดำรงชีวิตให้เป็นไปในทางผาสุก

สำคัญคือคนโสดที่แสวงหาทางพ้นทุกข์ ยิ่งจะต้องหาองค์ความรู้ที่จะมาแก้ไขความอยากได้อยากมี ในความเป็นคนคู่ของตนเอง แพทย์วิถีธรรมคือหนึ่งในองค์กรที่สนับสนุนให้คนเป็นโสด ดังนั้นจึงมีองค์ความรู้เกี่ยวกับการอยู่เป็นโสด จนถึงการปฏิบัติตนเพื่อความเป็นโสดมากพอสมควร ก็แนะนำให้ลองติดตามไปศึกษากันได้ครับ

สำหรับข้อมูลของผมก็มีแบ่งปันไว้ในหน้านั้นด้วยครับ ก็ให้สัมภาษณ์กับเขาด้วย ถ้าจะอ่านในเว็บนี้ก็กดอ่านได้ที่
โสดดีหรือมีคู่ – ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์  ก็จะมีเกริ่นกันเพิ่มมาสักนิดหน่อย แต่ถ้าสนใจศึกษาแบบภาพรวมก็เข้าไปชมได้ที่ หน้าเว็บ โสดดีหรือมีคู่

แม้เราจะระวังเต็มที่แล้วก็ตามที

December 1, 2019 | | มีผู้เข้าชมทั้งหมด 161 views 0

แม้เราจะระวังเต็มที่แล้วก็ตามที

บทเรียนจากการไปค่ายพระไตรปิฎกกับแพทย์วิถีธรรม ที่ศาลีอโศก เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ผมได้เรียนรู้อีกคำสอนหนึ่งจากอาจารย์หมอเขียวผ่านช่วงเวลาสั้น ๆ ระหว่างทำงานพัฒนาพื้นที่

การเรียนรู้ภาคทฤษฏีจากอาจารย์นั้น ก็เป็นสิ่งที่ควรทำ ควรศึกษา ควรให้เวลา แต่การเรียนรู้ผ่านภาคปฏิบัตินั้นก็สำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะภาคปฏิบัติที่มีอาจารย์รวมอยู่ด้วย เราจะได้เห็นความเป็นจริงว่า คนที่เราศรัทธาอยู่นั้น คิดอย่างไร ทำอย่างไร

ในครั้งนี้ก็เป็นบทเรียนสั้น ๆ ในระหว่างกิจกรรมขนเศษวัสดุเอามาทำบ่อระบายน้ำไปสู่ใต้ดิน คนส่วนมากก็เข้าร่วมกิจกรรมกันได้สักพักแล้ว ผมก็ตามไปทีหลัง พอไปถึงหน้างาน มีคนทักว่าให้ไปเปลี่ยนกับอาคนที่เขาทำงานอยู่ ตำแหน่งที่อาท่านนั้นยืนอยู่คือจุดที่มีความลาดชันสูง และเป็นตำแหน่งที่ต้องส่งของต่อให้อาจารย์

ผมก็เข้าไปทำเพราะเห็นว่าอาท่านนั้นดูไม่ค่อยจะสะดวกเท่าไหร่ เราไปแทนก็น่าจะดี ว่าแล้วก็เข้าไปทำ สิ่งที่ต้องระวังคือการส่งของ การรับของนั้นเราไม่ค่อยรู้สึกว่าต้องระวังเท่าไหร่ แต่การส่งให้คนอื่นรับเป็นเรื่องที่ต้องระวังเผื่อเขาไว้ด้วย และคนที่ผมจะส่งต่อให้ก็คืออาจารย์ ดังนั้น มันก็จะระวังเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย

งานลำเลียงวัสดุ ดำเนินไปได้ด้วยตามลำดับ เป็นจังหวะบ้าง ไม่เป็นจังหวะบ้าง แต่ก็ยังไม่มีอะไร เพราะก็เราตั้งสติเต็มที่ มันมีหลายปัจจัย เช่น มีคนส่งมา ต้องรับ พื้นที่ยืนก็ชันมาก ชันขนาดที่ว่าผมเอาเท้าข้างหนึ่งฝังลงไปในพื้นกันตัวเองลื่น และต้องส่งต่อด้วย มันก็ต้องระวังเป็นธรรมดา

….แม้เราจะระวังเต็มที่แล้วก็ตามที … อุบัติเหตุมันก็เกิดขึ้นได้ เนื่องจากวัสดุแต่ละชิ้นมีความแตกต่างด้านรูปร่าง เพราะส่วนใหญ่เป็นเศษศาลพระภูมิที่เขาทุบมา ดังนั้นแต่ละชิ้นมันจะไม่เท่ากัน การประมาณในการรับส่งก็ต้องปรับกันไป ในขณะที่ผมกำลังส่งของลงไปด้วยสองมือ อาจารย์หมอเขียวก็มารับพอดี แต่มันผิดเหลี่ยม พวกวัสดุมันก็ชนเข้ากับมืออาจารย์

ในวินาทีนั้นเอง อาจารย์ก็พูดขึ้นมาประมาณว่า “ขนาดเราระวังแล้วก็ยังพลาดได้” ผมจำประโยคจริง ๆ ไม่ได้แล้ว แต่จำความเข้าใจที่เกิดขึ้นขณะนั้นได้ว่า แม้เราจะพยายามระวังให้ดีแค่ไหนก็ตาม แม้จะเป็นองค์ประกอบที่ดูเหมือนสมบูรณ์แบบยังไงก็ตาม แต่มันก็พลาดกันได้ มันจะมีเหตุให้พลาดจนได้นั่นแหละ อย่างที่พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสสอนว่า “โลกนี้พร่องอยู่เป็นนิจ”

เรื่องนี้ในมุมของผม แน่นอนว่าผมระวังเต็มที่อยู่แล้ว และผมเชื่อว่าอาจารย์ท่านก็ระมัดระวังเช่นกัน แต่ความไม่เที่ยงนี่แหละที่จะทำลายความสมบูรณ์แบบของเรา อาจารย์ก็สอนเรา โดยอาศัยความผิดพลาดและความเจ็บนี่แหละ ว่าแล้วก็ทำงานกันต่อไปตามปกติ เป็นเวลาไม่กี่วินาทีที่เรียนรู้อะไรมากมาย

ถ้าเราเข้าใจเรื่องนี้ได้แจ่มแจ้งจริง ๆ เราจะไม่ถือสาใครหรือเหตุการณ์ที่ไม่ได้ดั่งใจใด ๆ เลย เพราะมันจะมีโอกาสพร่องแน่ ๆ แม้ทุกคนจะทำดีเต็มที่แล้วก็ตามที จะเห็นว่าอาจารย์ไม่ได้โทษใคร ไม่ไดโทษผม แล้วผมก็ไม่ได้โทษตัวเองเหมือนกัน เหตุการณ์มันออกมาแบบนั้น ทั้ง ๆ ที่เราระวังแล้ว มันก็เป็นเรื่องที่สุดวิสัยแล้ว สุดความสามารถที่จะป้องกันแล้ว เราก็ทำได้แค่วางใจ ก็รับรู้ว่าพลาด ว่าโดนแล้ว แล้วก็วางใจ ทำดีต่อไป อะไรดีก็ทำอันนั้น ก็ตามที่เห็นสมควรว่าดี ณ ขณะนั้น ๆ

ว่าแล้วผมก็ทำงานต่อไปด้วยความเบิกบาน ใครจะรู้ว่ามีเพชรอยู่ในงานขนอิฐ ขนหินแบบนี้กันล่ะ นี่มันงานใช้แรงงานชัด ๆ ไม่ได้ใช้สมองเลย แต่ถ้าคนมีปัญญามาใช้แรงงาน พอเกิดปัญหา ก็จะยังใช้ปัญญาได้ มีมิตรดีนี่มันดีกับชีวิตจริง ๆ

1.12.62

ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์