มังสวิรัติ การกินมื้อเดียว

แล้วชาวพุทธจะหาเนื้อสัตว์กินได้อย่างไร?

June 16, 2015 | | มีผู้เข้าชมทั้งหมด 1,419 views 0

แล้วชาวพุทธจะหาเนื้อสัตว์กินได้อย่างไร?

แล้วชาวพุทธจะหาเนื้อสัตว์กินได้อย่างไร?

หากได้ชมซีรี่พระพุทธเจ้าตอนที่ 30 จะมีเนื้อหาตอนหนึ่งที่พระพุทธเจ้าไปห้ามการนำสัตว์ไปฆ่าเพื่อบูชายัญ โดยมีบทพูดในละครที่น่าสนใจเช่น “ข้อยอมตายตรงนี้แต่ข้าหลีกทางให้ไม่ได้” , “หากมีบาปเกิดขึ้นในนามของศาสนาข้าจะต้องคัดค้านแน่”

ยอมตายแต่ไม่ยอมให้ฆ่า นั่นหมายถึงแม้เหตุแห่งชีวิต ท่านก็จะไม่สนับสนุนในการฆ่า ในพระไตรปิฏกมีหลักฐานเกี่ยวกับองค์ประกอบของการฆ่าไว้ชัดเจน และการฆ่านั้นถือเป็นเรื่องนอกพุทธ ดังนั้นไม่ว่าจะฆ่าด้วยเหตุผลอะไรย่อมไม่ใช่แนวทางของพุทธ

แต่ในทุกวันนี้เนื้อสัตว์ที่มีขายอยู่ในปัจจุบันนั้นเป็นเนื้อที่มาจากการฆ่า เป็นเนื้อนอกพุทธอยู่แล้ว ดังนั้นไม่มีสิ่งดีใดๆในเนื้อสัตว์นั้นเลย และซ้ำร้ายการค้าขายเนื้อสัตว์ยังเป็นการค้าที่ผิดของพุทธด้วย นั่นหมายถึงชาวพุทธย่อมไม่ยินดีในเนื้อสัตว์ที่ถูกฆ่าและไม่ค้าขายเนื้อสัตว์

ในสมัยพุทธกาลนั้น การไม่กินเนื้อสัตว์เป็นเรื่องสามัญมากๆ ขนาดพระเทวทัตที่ได้ชื่อว่าชั่วที่สุดในโลกก็ยังขอให้พระพุทธเจ้าบัญญัติให้ภิกษุไม่กินเนื้อสัตว์ตลอดชีวิต ถึงกระนั้นพระพุทธเจ้าก็ไม่เห็นตามนั้น ทรงตรัสว่าให้กินเนื้อที่ไม่ได้เห็น ไม่ได้ยิน ไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจว่าเขาฆ่ามา เพราะแท้จริงแล้วเนื้อสัตว์ที่กินได้โดยไม่มีองค์ประกอบของการฆ่าที่ผิดพุทธเข้าไปเกี่ยวอยู่นั่นมีอยู่ คือเดนสัตว์ที่เหลือจากการถูกล่าโดยสัตว์ และสัตว์ที่ตายของมันเอง

ประโยคในละครที่ว่า “หากมีบาปเกิดขึ้นในนามของศาสนาข้าจะต้องคัดค้านแน่” ยังกำชับแนวทางของพุทธได้ดี แม้จะเป็นคำที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมาใหม่ แต่ทิฏฐิยังคงเดิม นั่นคือ นอกจากจะไม่ฆ่าเองแล้ว ยังไม่สนับหนุนให้คนอื่นฆ่า และยังแสดงความกรุณาโดยการคัดค้าน ไม่เพิกเฉยต่อสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม

พระพุทธเจ้ายังเคยถูกกล่าวตู่ว่ากินเนื้อสัตว์ โดยฝ่ายที่ไม่ศรัทธา นั่นหมายถึงว่าปกติแล้วพระพุทธเจ้าท่านไม่กินเนื้อสัตว์ แล้วฝ่ายที่ไม่ศรัทธาจ้องจะหาทางทำลายชื่อเสียง จึงใช้วิธีป่าวประกาศว่าพระพุทธเจ้าท่านกินเนื้อสัตว์ พระพุทธเจ้าท่านให้กินอาหารที่หาได้ง่ายและไม่มีโทษ เนื้อสัตว์ที่ถูกพุทธก็หาได้ยากกว่าพืชผักอยู่แล้ว และเนื้อสัตว์ที่ถูกฆ่ามาก็ยังมีโทษเจือปนอยู่ ท่านได้ตรัสไว้ในสูตรอื่นๆว่า การเบียดเบียนทำให้มีโรคมากและอายุสั้น ดังนั้นการกินเนื้อสัตว์ที่เขาฆ่ามาจึงมีส่วนในการเบียดเบียน ทำให้ตนเองนั้นมีโรคมากและอายุสั้น นั่นหมายถึงเนื้อสัตว์ที่เขาฆ่ามานั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์

บาปแม้น้อยไม่ทำเสียเลยจะดีกว่า” เป็นสิ่งหนึ่งที่ท่านได้ฝากทิ้งไว้ ในเมื่อเรารู้แล้วว่าเนื้อสัตว์ที่เขาฆ่ามานั้นมีส่วนแห่งบาปอยู่อย่างเต็มเปี่ยม แล้วเราจะยังยินดีรับเนื้อสัตว์นั้นมากินได้อย่างไร เราไม่รู้สึกผิดบาปเลยหรือ? ไม่ตะขิดตะขวงใจกันเลยหรือ? เรายอมมีส่วนในบาปนั้นเพียงเพื่อจะได้เสพรสสุขลวงจากเนื้อสัตว์เท่านั้นหรือ? เรายินดีในการฆ่าเพียงเพื่อให้ตนได้เสพสุขอย่างนั้นหรือ? เราปล่อยวางเหตุผล แต่เรายังมุ่งเสพกามที่ผิดจากทางของพุทธไปมาก นี่คือทางพ้นทุกข์จริงหรือ?

เพราะแท้จริงแล้วประโยชน์ของเนื้อสัตว์ที่เขาฆ่ามานั้นไม่มีเลย แม้จะทำให้อิ่มท้องได้ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ต้องการพ้นทุกข์สมควรบริโภค แล้วทีนี้ชาวพุทธจะหาเนื้อสัตว์มากินได้อย่างไร? แล้วจำเป็นต้องหากันหรือไม่? หรือแท้จริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องใส่ใจเนื้อสัตว์ว่าเป็นอาหารเสียเลยยังจะง่ายกว่าที่ต้องมารู้สึกไม่ดี สงสัย ตะขิดตะขวงใจกับการกินเนื้อสัตว์ในแต่ละครั้ง

– – – – – – – – – – – – – – –

16.6.2558

ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์ (Dinh Airawanwat)

คุยกับหลานสาว เรื่องมังสวิรัติ

May 20, 2015 | | มีผู้เข้าชมทั้งหมด 1,770 views 0

หลานสาว 7 ขวบ คุยกันเรื่องเราเป็นสัตว์กินพืช แต่คนอื่นเขาเป็นสัตว์กินทั้งพืชทั้งเนื้อ (เรื่องก็เริ่มมาจากบทเรียนที่เขาเรียนรู้มาละนะ)

หลานก็บอกว่าแต่ก่อนน้าดิณก็กินเนื้อมา
เราก็ตอบว่า ก็ตอนนี้ก็เลิกแล้วไง
ว่าแล้วหลานก็บอกว่า หนูก็ทำได้
เราก็ตอบว่า ก็ลองทำสิ
หลาน : แต่หนูก็ต้องกินอาหารที่โรงเรียนทำให้อยู่ (ป.2)
เรา : ซื้อกินเองได้ค่อยกินก็ได้
หลาน : (ท่าทางมั่นใจ)

อืม…. อนาคตก็ยังมาไม่ถึงเนาะ ค่อยว่ากันตอนหลานโต แต่ไม่รู้กิเลสจะโตตามด้วยรึเปล่า สังเกตุว่าเด็กนี่จะมีเหตุผลไม่ค่อยมากเท่าไหร่ แต่ผู้ใหญ่นี่เหตุผลในการที่จะไม่เลิกกินเนื้อสัตว์นี่ก็มีกันมากมายก่ายกอง น่าฟังน่าเชื่อเสียด้วยสิ 55

จะหาเหตุผลให้ตัวเองได้มีส่วนเบียดเบียนสัตว์อื่นโดยที่ไม่ต้องรู้สึกผิดบาป ก็ไม่แปลกอะไร ใครๆเขาก็ทำกัน แต่ก็เป็นวิถีชีวิตที่ลำบาก เพราะต้องเติมทั้งเนื้อทั้งผักจึงจะดำเนินชีวิตได้ ไม่เหมือนชีวิตที่กินแต่ผักก็ดำเนินชีวิตได้ง่ายกว่ากันเยอะ

แปลกนะ ที่คนเราคิดว่าการกินทั้งเนื้อทั้งผักเป็นเรื่องปกติ แต่กลับคิดว่าการกินผักอย่างเดียวเป็นเรื่องลำบาก ทั้งๆที่ค่าใช้จ่ายในการกินเนื้อมันก็มากกว่าผัก หาได้ง่ายกว่า(ปลูกเองได้) ช่วยให้ระบบร่างกายทำงานได้ดีกว่า

การเปลี่ยนมาทำให้ชีิวิตประหยัด สะดวก สบายกว่าเดิมนั้น มันเป็นเรื่องที่ยากลำบากขนาดจริงหรือ?

คิดๆแล้วก็งงในตรรกะ เอาเป็นว่าโทษกิเลสไปแล้วกันนะ กิเลสนี่แหละตัวทำสับสน ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก …เบื่อมันจริงๆ

กินมังสวิรัติ ไม่ได้ช่วยให้เราพ้นทุกข์?

May 16, 2015 | | มีผู้เข้าชมทั้งหมด 1,917 views 0

กินมังสวิรัติ ไม่ได้ช่วยให้เราพ้นทุกข์?

เป็นความเห็นจากผู้ที่เห็นว่าการกินมังฯ กินเจ ลดเนื้อกินผักนั้นไม่ได้ช่วยให้พ้นทุกข์หรือบรรลุธรรมแต่อย่างใด ซึ่งประเด็นนี้เป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักปฏิบัติธรรมกันมานานแล้ว

…….
จะลองเสนอความคิดเห็นกันในอีกมุมหนึ่ง

กินมังฯนั้นก็แค่ลดความอยากได้ในส่วนของกินมัง จะไปโลภบรรลุธรรมไปถึงนิพพานทั้งหมดนั้นเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่ก็จะได้ในส่วนที่ทำคือสามารถพ้นทุกข์จากความอยากกินเนื้อสัตว์ได้

คนที่เขาลดเนื้อกินผักโดยมุ่งที่การกำจัดกิเลส คือทำลายความหลงเสพหลงสุขในเนื้อสัตว์เขาก็จะได้ความพ้นทุกข์ในเรื่องที่เขา กำจัดได้ตามลำดับนั้นเอง

คนปฏิบัติธรรมที่ยังติดเนื้อสัตว์อยู่นี่ให้เขาเลิกกินตลอดชีวิตเขาทุกข์ตายเลย กิเลสจะเฆี่ยนเขาจนตายเลยนะ มันจะต้องไปแสวงหามากินให้ได้ เพราะไม่กินมันจะทุกข์ ส่วนคนที่ลดเนื้อกินผักเขาไม่ต้องกินเนื้อสัตว์ก็ได้ ถ้าไม่มีอะไรเขาก็กินข้าวเปล่าไปก็ได้ มันหาง่ายกว่าเนื้อสัตว์อยู่แล้ว เขาก็ไม่ทุกข์อะไร

ดังนั้นตรรกะที่ว่าลดเนื้อกินผักไม่ได้ทำให้พ้นทุกข์นั้นไม่ถูกต้องเสียทีเดียว เพราะมันก็สามารถทำให้พ้นทุกข์ได้อย่างน้อยก็หนึ่งเรื่อง ถ้าอยากพ้นทุกข์ทุกเรื่องก็ถือศีลแล้วทำลายกิเลสให้ครบทุกเรื่องเดี๋ยวก็ได้ เอง

เรื่องลดเนื้อกินผัก

May 6, 2015 | | มีผู้เข้าชมทั้งหมด 1,656 views 0

ปกติผมจะไม่ค่อยได้พิมพ์เกี่ยวกับวิธีการเลิกกินเนื้อสัตว์สักเท่าไหร่ ส่วนมากจะพิมพ์ในแนวทางของการลดอัตตา เพราะอยู่ในกลุ่มคนที่กินมังสวิรัติ กินเจกันได้บ้างแล้ว

จริงๆแล้วเรื่องการลดเนื้อกินผัก จนกระทั่งเลิกกินได้เลยนั้น เป็นปัญญาระดับทั่วไป เป็นเรื่องง่ายๆ เพราะมันเป็นเหตุของการเบียดเบียนกันอย่างตรงไปตรงมาอยู่แล้ว

ในคลิปนี้ จะเห็นได้ว่าการมีความกรุณาช่วยเหลือผู้อื่นนี่เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย จะกระชากก็กลัวมันจะเจ็บ ก็ต้องระวังและค่อยๆทำ ผู้ที่มีความเจริญทางจิตใจ มีหิริ ดูเพียงเท่านี้ก็จะสำนึกได้เองว่าการเบียดเบียนสร้างทุกข์ให้กับผู้อื่น อย่างไร

เรียกว่าใช้เชื้อเพียงเล็กน้อยก็สามารถขยายผลไปที่การเบียดเบียนแบบองค์รวม ได้ ส่วนคนที่ยังไม่เจริญนัก ก็ขยันดูที่มาที่ไปของเนื้อสัตว์ที่ซื้อบ่อยๆก็จะพอ สำนึกได้

ในส่วนคนที่ดูยังไงมันก็ยังไม่เกิดความรู้สึกผิด ไม่รู้สึกว่าอยากลดละเลิกการเบียดเบียน ก็สามารถใช้วิธีทำชั่วไปจนกรรมชั่วนั้นมากระทบให้ได้ซึ้งถึงทุกข์ของการ เบียดเบียนได้เช่นกัน (เช่น พระเทวทัต)

เรามีวิธีเข้าถึงธรรมได้มากมายหลายวิธี ใครชอบวิธีเบาๆสบายๆก็ขยันทำดีไป ใครชอบหนักๆ โหดๆ ก็ขยันทำชั่วไป สุดท้ายก็จะมีปัญญาเห็นโทษชั่วของการเบียดเบียนอยู่ดี