Tag: เบื่อผัว

เบื่อผัว เบื่อเมีย : ปัญหาโลกแตกของคนคู่ เบื่อผัว เบื่อเมีย แต่ไม่เคยเบื่อการมีคู่

August 8, 2015 | | มีผู้เข้าชมทั้งหมด 3,144 views 0

เบื่อผัว เบื่อเมีย : ปัญหาโลกแตกของคนคู่ เบื่อผัว เบื่อเมีย แต่ไม่เคยเบื่อการมีคู่

เบื่อผัว เบื่อเมีย : ปัญหาโลกแตกของคนคู่ เบื่อผัว เบื่อเมีย แต่ไม่เคยเบื่อการมีคู่

เรามักจะได้ยินคำว่า “คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า” ในที่นี้หมายถึงเรื่อง “การแต่งงาน” สื่อถึงสภาพของคู่เคยรัก ที่ไม่อยากจะใช้ชีวิตร่วมกันอีกต่อไป กับคนที่หลงว่าการแต่งงานนั้นเป็นสุข

จากกรณีศึกษาในกระทู้ “เบื่อผัว (http://pantip.com/topic/34020591)” และ “เบื่อเมีย (http://pantip.com/topic/34018249)” จะทำให้เราค้นพบความหมายของคำว่า “คนในอยากออก” ในมุมที่ลึกซึ้งขึ้น เพราะเต็มไปด้วยประสบการณ์ของผู้คนที่เพิ่งตาสว่างจากการหลงผิด เข้ามาแบ่งปันประสบการณ์ความเจ็บช้ำแก่กันและกัน

ถ้าเราอยากมีคู่ เราก็จะแสวงหาหนทางในการมีคู่ พยายามสร้างบทบาท พยายามทักทาย พยายามเรียกร้องความสนใจ ใช้มารยาล่อหลอกสารพัด ให้คนที่เราคาดหวังว่า…ถ้าเราได้เขามาเป็นคู่แล้วเราจะเป็นสุข ให้เขาหลงกลเรา ซึ่งมันก็มีทั้งกลยุทธ์เชิงรุกและเชิงรับ แต่ผลก็เหมือนๆกัน คือหาเหยื่อมาบำเรอกิเลสตน

พอได้คู่มาครอง คบหากัน เป็นแฟนกันแล้วเสพสุขกันไป บำเรอกิเลสกันไป ทีนี้กิเลสมันไม่พอนะ มันเสพไม่เคยอิ่ม มันอยากลิ้มรสสุขที่มากกว่า ได้ยินเขาว่ากันว่าแต่งงานมันเป็นสุข จิตมันเลยเกิดความโลภ มันไม่พอใจแค่ได้คบหาได้เป็นแฟนกัน มันจะเอาอีก มันอยากได้อีก มันอยากเสพรสที่สุขยิ่งกว่านี้อีก มันไม่ยอมหยุดแค่นี้หรอก ที่ว่ามาทั้งหมดนี่พลังกิเลสล้วนๆเลย กิเลสมันหลอกเราให้หลงสุขทั้งนั้นเลย บังคับใจเรา บังคับคำพูดเรา บังคับร่างกายเรา แถมเราก็ยังยอมให้มันบงการชีวิตเราด้วย

คนที่หลงในความรักจนพร้อมจะแต่งงาน เรื่องก็ธรรมะมักจะไม่เข้าหูแล้ว กิเลสมันปิดหูหมด ใครเขาว่ามันทุกข์อย่างไร แต่งงานไม่ดีอย่างไร เขาไม่รับรู้หรอก เพราะจิตมันโดนกิเลสหลอกไปแล้ว โดนลากให้หลงทางไปแล้วจะฟังก็แต่อธรรมที่สนับสนุนข้อดีในเรื่องคู่

ทีนี้พอได้แต่งงานแล้วยังไง ทั้งสองคนก็เป็นคนมีกิเลสเหมือนกัน อยากได้รสสุขเหมือนกัน อยากให้อีกฝ่ายมาบำเรอตนเองยิ่งกว่าก่อนแต่งงาน เพราะหมายมั่นว่าแต่งงานแล้วมันจะต้องสุขกว่านี้ ต้องเลิศกว่านี้ ต้องดีกว่านี้ จึงเข้าไปยึดมั่นถือมั่นอีกฝ่ายเป็นผัวเป็นเมียโดยไม่ลังเล ยอมทุกอย่างขอแค่ให้ได้เสพสุขที่ยิ่งกว่า

แล้วสุดท้ายก็ไปงงกันเองว่า “อ้าว! มันไม่ใช่อย่างที่หวังไว้นี่” ตั้งความคาดหวังกันไปเอง แล้วก็อกหักอกพังกันไปเอง คือไปหวังว่ามันจะต้องได้รับสุขที่เลิศกว่าตอนเป็นแฟนกัน แต่ที่ไหนได้ ต่างคนก็ต่างรอเสพ พอมีแต่คนรอเสพมันก็ไม่มีคนคอยเสริฟ พอคนหนึ่งเสียสละบำเรอให้อีกคน ก็มักจะเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ เพราะตนตั้งเป้าหมายว่าจะได้รับการบำเรอ ไม่ใช่ต้องมาบำเรอคนอื่น มันก็จะเริ่มสะสมเชื้อทุกข์กันตรงนี้ ซึ่งก็จะค่อยๆสร้างปมและเงื่อนไขแห่งความทุกข์ขึ้นไปเรื่อยๆจนเกิดสภาพของ “คนในอยากออก” เพราะไม่ได้เสพสมใจตามที่ตนได้คาดหวังไว้

แต่ถ้าใครมีศักยภาพในการสนองกิเลสกันได้จริงๆเช่นมีลาภ ยศ สรรเสริญเยอะก็สามารถบำเรอกันไปจนกว่าจะหมด คนที่มีทุนทรัพย์เยอะเขาก็สร้างสุขได้จริง แต่สุขนั้นเป็นสุขที่ลวงจริงๆคือลวงให้คนหลงติดในความเป็นเทวดา ติดสุขบนสวรรค์ ได้เสพสุขอยู่ในภพที่มีคนมาบำเรอให้ สุดท้ายวันใดวันหนึ่งหมดรอบกุศล หยอดเหรียญเพิ่มไม่ทัน ก็เหมือนกับนางฟ้าที่ถูกถีบตกสวรรค์ ซึ่งมีกรณีศึกษาให้เห็นในสังคมกันมามากแล้ว แบบที่ว่ารักกันบำเรอกันอยู่ดีๆ สุดท้ายโดนเฉดหัวออกมาจากความเป็นคู่ก็มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง

แต่คนส่วนใหญ่ที่เขาไม่ได้มีศักยภาพในการสนองกิเลสกันขนาดนั้น ก็มักจะต้องฝันค้าง หรือตกสวรรค์กันในเวลาไม่นานนักซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีจะได้เห็นทุกข์แล้วหันมาศึกษาธรรมะกัน

ทีนี้แม้ว่าจะจบความสัมพันธ์กันไปแต่กิเลสมันไม่ตายตามไปนะ มันยังหลงสุขในการมีคู่อยู่ แต่มันก็จะระวังขึ้น ระแวงขึ้น คือจะมีข้อแม้ในการได้เสพมากขึ้น เช่นคบคนแรกด้วยเหตุที่หลงรัก พอคบไปคบมาไม่มีเงิน ไม่ได้กินไม่ได้เที่ยวสมใจ ทรมานเพราะความอยากแต่ไม่ได้สมอยาก พอเลิกกันไปก็ตั้งความหวังว่าถ้าเจอคนใหม่จะต้องดีกว่าคนเก่า จะต้องมีอย่างนั้นอย่างนี้ให้เสพเรียกว่าอยากเสพมากขึ้น กิเลสมากขึ้น

สรุปก็คือแม้จะเบื่อผัว เบื่อเมีย แต่คนก็ไม่หยุดหาผัว หาเมียกันหรอก เพราะเขามีกิเลสเป็นแรงผลักดัน ทำให้เกิดความอยาก มันมีความยึดมั่นถือมั่นอยู่ว่าถ้าได้มีคู่จะเป็นสุข หรือยึดมั่นว่าถ้าได้คู่ดีจะเป็นสุข ได้คู่ไม่ดีจะเป็นทุกข์ เมื่อมีความเห็นความเข้าใจอย่างนี้ การออกจากนรกคนคู่นั้นจึงเป็นไม่ได้เลย ถึงจะหลุดออกมาได้ แต่สักพักก็จะโดนกิเลสลากกลับไปลงนรกใหม่เช่นเคย

– – – – – – – – – – – – – – –

8.8.2558

ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์ (Dinh Airawanwat)